“ฆาตระลึก”
ฉันเห็นดวงดาวพร่าพราย ลมหายใจที่ร้อนผ่าวของฉันมันชงักงันหายไป มันเร็วมากจนฉันร้องไห้ไม่ทันกับความเจ็บปวด หากแต่ฉันรู้ว่าหนึ่งในวูบนั้นมันบรรจุความทุกข์ทรมาณไว้เต็มเปี่ยม
กลิ่นแห่งความตายลอยฟุ้ง มันมาพร้อมกับความเศร้าหม่นของผู้พบเห็น รถคันนั้น ผู้ชายคนนั้น อุบัติเหตุครานั้น รอยเลือดที่หยดโปรยปรายกระหย่อมนั้น และร่องรอยดำๆของยางที่ครูดกับถนนซึ่งเกิดจากรอยเบรก ของวินาทีนั้น ที่มันช้าไป กลิ่นของมัน กลิ่นของเลือด กลิ่นของความเวทนา
ตัวของฉันหายวับไป แล้วอยู่ๆก็มายืนเคียงข้างเด็กผู้ชายตัวน้อย ฉันจ้องมองเด็กตัวน้อยนั่นด้วยความระทึก ระทึกเพราะว่า ใบหน้าของเขาละม้ายคล้ายครากับฉัน เด็กคนนั้นคือฉัน ฉันแน่ใจ ฉันจำได้ แต่ทว่าเด็กชายคนนั้นมองไม่เห็นฉัน ไม่สนใจฉัน ไม่รับรู้ถึงสายตาที่ระทึกของฉัน สายตาของเด็กคนนั้น จ้องมองไปที่เด็กอ้วนซึ่งยืนหัวเราะอยู่หน้าเขา เด็กอ้วนนั่นไม่ได้หัวเราะอย่างมิตร แต่หัวเราะอย่างศัตรู เด็กอ้วนนั่นไม่ได้หัวเราะอย่างยินดี หากแต่เขากำลังหัวเราะเยาะเย้ยอยู่
มันเป็นโรงเรียนประถมศึกษาเล็กๆมีเด็กนักเรียนประมาณสี่ร้อยคน ฉันเป็นหนึ่งในนั้น และพ่อของฉันก็เป็นหนึ่งในครูที่สอนที่นั่น
ตอนเช้าอากาศหนาวฉันใส่เสื้อกันหนาวสีแดงเลือดนก ตัวฉันเล็กเกินวัย อ่อนแอและบอบบาง ทุกเช้าฉันจะมากับพ่อมาพร้อมพ่อ
เราจะนั่งมอเตอร์ไซค์เก่าๆมาด้วยกันแล้วก็พี่สาวของฉันอีกคน
ฝ่ามือของเด็กอ้วนสัมผัสใบหน้าของฉันตอนเป็นเด็กโดยแรง สาเหตุเพราะความหมันไส้และอยากกลั่นแกล้ง ไอ้ลูกครูตัวเล็ก ไอ้ลูกครูที่แต่งตัวแปลกกว่าเด็กคนอื่น ไอ้ลูกครูที่ส่วนมากจะมาโรงเรียนสายเพราะพ่อของมันมาโรงเรียนสาย ไอ้ลูกครูนั่นหน้าแหยปากเบะทันตาเห็น หัวใจของมันเต้นระทึกปนหวาดกลัว ไอ้ลูกครูที่อ่อนแอและขี้ขลาด
“สู้สิวะ” ฉันตะโกน “ต่อยมันสิวะ”
ไอ้เด็กนั่น ไอ้ตัวฉันเมื่อยังเด็กนั่น ร้องไห้จ้าแล้ววิ่งหนีไป ฉันยืนมอง ตอนเข้าแถวเคารพธงชาติมันยังสะอื้น ฮั่กๆแบบเด็กผู้หญิง “กูแม่งอ่อนแอชิบหาย” ฉันคิดในใจพร้อมกับหัวเราะออกมา เมื่อเห็นด็กหญิงข้างๆนั่น ถามฉันตอนเป็นเด็กว่า ร้องไห้ทำไม
แล้วตัวของฉันก็หายวับไป มาโผล่อีกครั้งก็เห็นแผ่นหลังแม่ขยับอยู่ไหวๆ เป็นจังหวะพร้อมกับเสียง ป้กๆๆ แม่นั่งขัดตะหมาด ตำน้ำพริกอย่างขยันขันแข็ง ฉันระทึกอีกแล้ว ทั้งระทึกทั้งสลดหดหู่ ฉันเดินไปนั่งข้างๆแม่ แม่ไม่ได้รู้สึกว่ามีคนมานั่งข้างๆแม่เลย สักพักแม่ก็ตะโกนเรียกฉัน แต่เป็นฉันอีกฉัน ที่ไม่ใช่ฉันตอนนี้ แม่บอกให้ฉันตอนนั้นไปเก็บใบมะกรูดมา เพื่อเอามาโรยหน้าน้ำพริกปลาร้าของบ้านเรา น้ำพริกปลาร้าที่อร่อยที่สุดในความคิดของฉัน ปลาร้าที่ย่าทำเองกับมือ กลิ่นของมันหอม ไม่เหม็น มันเป็นปลาร้าคนละอย่างกับที่ใส่ส้มตำ ปลาร้าของย่าฉันไม่เหมาะที่จะใส่กับส้มตำเพราะมันทำมาจากปลาตัวใหญ่ มันเหมาะที่จะทำปลาร้าทอด หรือทำเป็นน้ำพริกมากกว่า
ฉันในวัยเด็ก วิ่งปรู๊ดไปเด็ดใบมะกรูดที่หลังบ้าน ตรงบริเวณใต้ถุนบ้านที่แม่นั่งตำน้ำพริกอยู่นั่นเอง ฉันในวัยเด็กเลือกใบมะกรูดไม่อ่อนมากไม่แก่มาก และไม่มีร่องรอยของหนอนของเพลี้ย ฉันในวัยเด็กเลือกมาหนึ่งกำมือ จากนั้นเอาไปล้างน้ำที่หัวบันได ก่อนจะวิ่งขึ้นบ้านเพื่อส่งมันให้กับแม่
” ข้าวเสร็จแล้ว ยกไปเลยเดี๋ยวแม่ยกน้ำพริกไปเอง ” ฉันได้ยินเสียงแม่พูด ฉันได้ยินเป็นพันครั้งในวัยเด็ก ฉันยกกับข้าวเป็นพันครั้งในวัยเด็ก ฉันมีความสุขหลายพันครั้งที่ได้กินอาหารฝีมือแม่
ฉันตอนนั้นยกอาหารมาตั้งพร้อมสรรพ พ่อของฉันชำเลืองมองอย่างเก็บอาการหิว แล้วพ่อก็เดินมานั่งล้อมวงพร้อมๆกับพี่สาว
สองคนนี้ไม่ค่อยยกกับข้าว พ่อฉันบอกว่าเขาทำงานเหนื่อยยากหนักหนาแล้ว ภาระจิปาฐะต่างๆนั้นยกให้แม่ดูแล พ่อฉันเป็นจอมขี้เกียจ
พ่อฉันไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเลย ทั้งๆที่แม่ทำงานมาเหน็ดเหนื่อยเหมือนกัน แต่พ่อฉันก็ยังขี้เกียจ พี่ฉันมันก็เลียนแบบพ่อ มันมักเลียนแบบสิ่งเลวๆจากพ่อ ตั้งแต่ตอนเด็กๆนั้น ฉันไม่ค่อยชอบพ่อกับพี่สาวเท่าใดนัก มีบางครั้งที่ฉันนั่งกินข้าวแล้วพ่ออาบน้ำ พ่อจะขากเสลดแล้วถ่มถุย เสียงดัง พ่อจะทำอย่างนี้เสมอเวลาอาบน้ำ ฉันมารู้ตอนโตว่าเขาเรียกว่าสันดาน พ่อสันดานทรามมาก ฉันคิด พ่อทำให้ฉันแขยงหลายครั้งอยู่เหมือนกันเวลาฉันกินข้าว ต่อมาภายหลังฉันรู้แกว เมื่อเวลาพ่อจะอาบน้ำฉันจะไม่กินข้าว ฉันจะทนหิวแล้วกินทีหลังแบบสบายใจดีกว่า
ฉันยืนมองพวกเรานั่งล้อมวงกินข้าวกัน อย่างน้อยความอบอุ่นมันก็ยังมี และมันก็ดีกว่าหลายๆครอบครัวในแถบนี้ ที่บางครั้งแม้แต่ข้าวจะหุงยังไม่มี ต้องขุดเผือกขูดกอยกินต่างข้าว ฉันหมายถึงพวกชาวนา ชาวไร่ที่ถูกความจนเข้าเล่นงาน
แล้วตัวฉันก็หายวับไป มาโผล่อีกทีก็ที่ไหนไม่รู้ แต่มันมืดมากๆเลย มันเป็นพื้นดิน มันเป็นลานกว้างๆ บรรยากาศของมันวังเวงและเงียบเชียบ ทันใดนั้นเอง ฉันก็ได้ยินเสียงร้องของผู้ชายคนหนึ่ง พอฉันหันไปมองดูก็ต้องตกตะลึงไป ผู้ชายคนนั้นคือพ่อของฉันเอง พ่อของฉันนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นดิน พ่อส่งเสียงครวญครางและโหยหวนออกมา เพราะสิ่งที่อยู่บนตัวพ่อ และสิ่งที่กำลังโอบรัดพ่อ มันคืองูตัวมหึมาสีดำมะเมื่อม เกล็ดของมันเงาปลาบ เขี้ยวยาวๆของมันขึ้นถี่ยิบเต็มปาก ขณะที่มันกำลังอ้าปากจะงับใบหน้าของพ่อ ตัวของฉันก็หายวับไปอีกครั้ง
ฉันมายืนอยู่ที่ปลายเตียงของคนไข้ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ฉันยืนมองดูผู้ชายหน้าตาซีดเซียว ที่นอนอยู่บนเตียง นั่นคือพ่อของฉันเอง ฉันจำได้แล้ว ครั้งหนึ่ง พ่อเคยป่วยหนัก ฉันเหลียวมองรอบๆก็พบกับฉันตอนเป็นเด็ก พี่สาวฉันและแม่ของฉัน พ่อของฉันละเมอออกมาเป็นชื่อฉัน เมื่อครู่คงเป็นฝันร้ายของพ่อ แม่เคยเล่าให้ฉันฟังว่า พ่อกินเหล้าจนล้มป่วยและเข้าโรงพยาบาล เมื่อพ่อตื่นมามักบอกว่าพ่อฝันร้าย และมักบอกว่าให้แม่พาฉันมาเยี่ยม แม่บอกว่าพ่อรักฉันมากทีเดียว ตอนพ่อเพ้อ พ่อมักเรียกหาฉัน ฉันสงสารพ่อ ตอนนี้ฉันเริ่มรักพ่อแล้ว ฉันภาวนาให้พ่อหายไวๆ แล้วมันก็เป็นจริง อาการพ่อดีขึ้นตามลำดับไม่นานนัก พ่อก็กลับบ้านได้
พ่อที่อยู่บนเตียงมองดูฉันตอนที่เป็นเด็กแล้วพ่อก็ยิ้ม พ่อกวักมือเรียกฉันตอนเป็นเด็กให้เข้าไปหา ฉันตอนเป็นเด็กเดินเข้าไปหา แล้วฉันก็กอดพ่อ ไม่รู้ทำไมฉันถึงกอดพ่อ นี่คือแรงดึงดูดของความรักกระมัง พ่อยิ้ม แล้วพ่อก็กอดฉัน
ตัวฉันมองดูภาพนั้นด้วยความอิ่มเอมใจ แล้วตัวของฉันก็หายวับไปอีก ฉันมาโผล่อีกทีก็ที่โรงเรียนของฉันตอนเป็นเด็ก
แต่ตอนนี้ ตอนฉันไปโผล่มันเป็นตอนเย็นแล้วหล่ะ ฉันเห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งยืนจังก้าถือไม้อยู่ ข้างหน้าของเธอมีเด็กชายตัวอ้วนนอนเอามือกุมหัวร้องครวญครางอยู่ นั่นคือพี่ของฉันเอง พี่ของฉันเมื่อตอนเป็นเด็ก พี่ของฉันมักปกป้องฉัน ถึงแม้จะเป็นผู้หญิง พี่ของฉันก็ห้าวหาญเสมอ ลึกๆในใจแล้ว ฉันก็รักพี่ของฉันเหมือนกัน เรามักชอบไปวิ่งเล่นในสวนมะม่วงข้างๆบ้าน
ครั้งหนึ่งเราทำรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าของพ่อล้ม น้ำมันของมันออกมาเนืองนอง ฉันและพี่ของฉันกลัวพ่อจะตีก็เลยไปแอบในสวนมะม่วงจนมืดค่ำ พอตกเย็นแม่เรียกพวกเรามากินข้าว ตอนแรกเราไม่กล้ากลับมา แต่แล้วเราก็กลับมา เราเห็นรถอยู่ในสภาพเดิม เมื่อเราขึ้นไปบนบ้าน เห็นพ่อนอนดูทีวีอย่างสบายใจ ไม่มีใครว่าอะไรเราเลย วันนั้นฉันและพี่สาวรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก เรานั่งกินข้าวและคุยกันอย่างสบายใจ
พี่ของฉันปล่อยไม้ออกจากมือ เมื่อมีคุณครูคนหนึ่งมาดึงมันออกไป พี่สาวของฉันถูกส่งไปให้พ่อของฉันจัดการโทษฐานที่เอาไม้ไปหวดเจ้าเด็กอ้วนคนนั้นเข้า
ไม่ว่าพี่สาวฉันจะอธิบายอย่างไร พ่อก็ไม่ฟังพ่อกระหน่ำไม้เรียวลงบนตัวพี่สาวฉันนับครั้งไม่ถ้วน พ่อคงกลัวคนอื่นจะมากล่าวหาว่า พวกเราเป็นลูกครู มีอภิสิทธิ์เที่ยวไปรังแกใครก็ได้ พ่อก็เลยลงโทษพี่สาวของฉันอย่างหนัก ฉันสงสารพี่สาวจังเลย
ฉันยืนมองพี่สาวฉันยืนร้องไห้ ฉันก็ร้องไห้แต่ทว่ามันไม่มีน้ำตา แล้วตัวของฉันก็หายวับไป ฉันมาปรากฎตัวอีกทีก็ในห้องแคบๆบรรยากาศทึมๆ พัดลมเพดานหมุนช้าๆอย่างกับมันจะหยุด ได้กลิ่นอับของบุหรี่ชวนอึดอัด ฉันมองชายหญิงคู่หนึ่งที่นอนอยู่บนเตียง
และบนเตียงชายหญิงสองคนนั้นนอนทับกันอยู่ และเมื่อนอนทับกันอยู่ เขาทั้งสองก็ออกแรงกระทบกัน ผู้ชายคนนั้นคือฉันเอง แต่โตมาหน่อยแล้วล่ะ น่าจะเป็นฉันในช่วงวัยรุ่น แล้วผู้หญิงคนนั้นก็คือผู้หญิงคนแรกของฉัน เธอชื่อแคท แคทอยู่ข้างๆห้องฉัน เราแซวกันไปแซวกันมาตามประสาวัยรุ่น เมื่อเราเริ่มคุ้นกัน เราก็คุยกันมากขึ้น เมื่อเราคุยกันมากขึ้นเราก็สังสรรค์กัน เมื่อเราสังสรรค์กัน เราก็สนิทกัน และเมื่อเราสนิทกัน เราก็เป็นอย่างที่ว่า บนเตียงนอนนี่แหละ ตอนนั้นฉันไม่ได้รักแคท ฉันมองว่าแคทเป็นผู้หญิงเจ้าชู้ ใบหน้าของแคทสวย หุ่นเธออวบอัด หนุ่มๆคนไหนที่เห็นเธอก็จ้องจะอัดเธอทั้งนั้น รวมทั้งฉันด้วย ฉันซึ่งมีอารมณ์จากตุ่มต่อมฮอร์โมน ตัณหากิเลศที่ร่างกายผลิตออกมาตามธรรมชาติ ซึ่งมากมายก่ายกองเกินจะอธิบายและเกินจะต้านทาน เธอเองก็เช่นกัน หากแต่เราถูกชะตากันและชาติที่แล้วเราคงได้ทำบุญร่วมกันมา เราถึงได้มาสร้างความสุขร่วมกัน
จนถึงวันสุดท้ายที่เราต้องจากลา ฉันก็ไม่ได้ปริปากบอกแคทว่าฉันรักแคท เพราะฉันไม่ได้รักแคทจริงๆ แต่เป็นแคทเสียอีก ที่บอกว่ารักฉันและไม่อยากให้ฉันจากไปไหน ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ฉันจะบอกว่าฉันรักแคท และจะทำดีกับเธอให้มากที่สุด หลังจากเราจากกันฉันก็รู้ข่าวมาว่าแคททำใจไม่ได้ เธอทำตัวสำมะเลเทเมาและเริ่มเล่นยาเสพย์ติด ไม่นานเธอก็ได้ไอ้หนุ่มขี้ยามาเป็นแฟน ไม่นานนักไอ้หนุ่มขี้ยาก็พาเธอดิ่งลงเหวเมื่อมันบังคับให้เธอไปขายตัวเพื่อเอามาเป็น
ค่ายา
มันทุบตีเธอ มันซ้อมเธอเมื่อเธอขัดขืน ต่อมาไม่นานนักเธอก็ติดเชื้อเอดส์จากแขกรายหนึ่งของเธอ เมื่อร่างกายเธอผ่ายผอม ผิวหนังของเธอเริ่มคล้ำลง และแตกแห้ง เธอรับสภาพตัวเองไม่ไหว จึงตัดสินใจผูกคอตายภายในห้องนั้น ห้องที่เคยอยู่ใกล้ๆฉัน แคทตายเสียแล้ว แคทคนที่เคยรักฉัน เธอตายเสียแล้ว ถึงฉันไม่ได้รักแคท แต่ฉันก็เป็นห่วงเธอและคิดถึงเธออยู่ตลอด
ฉันมองดูภาพฉันเมื่อวัยกระทงกกกอดผู้หญิงคนแรกอย่างมีความสุข ฉันเผลอยิ้มออกมาเมื่อได้ยินฉันตอนนั้นพูดแซวแคทและแกล้งเธอเล่น พัดลมเพดานยังคงแกว่งไกวอย่างช้าๆ กลิ่นอับๆของบุหรี่ยังลอยเอื่อย หากแต่ร่างของฉันหายวับไปแล้ว
ฉันมาปรากฏตัวที่คอนโดแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ย่านชานเมืองแถวๆกรุงเทพ พ่อกับแม่ของฉันอดออมซื้อมันไว้ให้ฉันกับพี่สาวมาพำนักตอนที่ยังศึกษาเล่าเรียนอยู่ ฉันยืนมองตัวเองที่อยู่หน้ากระจก ฉันยืนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านี่เอง ฉันจำได้แล้ว วันนี้ฉันแต่งตัวพิถีพิถันสุดๆวันนี้เป็นวันที่ฉันดีใจที่สุด ฉันกำลังจะไปซ้อมรับปริญญาที่มหาลัย ฉันดีใจที่ฉันเรียนจบเสียที ฉันจะได้ทำงานมาจุนเจือครอบครัวฉันเสียที ฉันคิดว่าถ้าฉันเรียนจบฉันจะกลับไปอยู่บ้าน ไปเป็นครูหรือเป็นอะไรก็ได้ ฉันขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆพ่อ และขอเพียงได้กินอาหารฝีมือของแม่ฉันก็คงมีความสุขมากแล้ว ฉันคิดอย่างนั้น ฉันคิดอย่างนั้นจริงๆ
ฉันตื่นขึ้นมารีดเสื้อผ้าแต่เช้า ฉันพยายามทำผมให้ตัวเองดูดีที่สุด ฉันพยายามแต่งตัวให้ดูดีที่สุด อีกไม่กี่วันฉันจะได้ปริญญาแล้ว อีกไม่กี่วันฉันกับพ่อและแม่และพี่สาวฉันจะมาถ่ายรูปพร้อมกันในวันรับปริญญา ครอบครัวของเราจะมีความสุขอย่างพร้อมหน้า วันนั้นฉันคิดว่าจะกราบที่เท้าพ่อกับแม่คนละที ตอนนี้ฉันรักพวกท่านมาก และฉันรักพี่สาวของฉันด้วย
ฉันเดินออกมาจากคอนโดด้วยความร่าเริง เมื่อคิดถึงสิ่งดีๆที่จะเกิดขึ้นอีกไม่นาน ฉันเดินอมยิ้มอยู่คนเดียว ฉันอารมณ์ดีจนถึงขนาดหันไปทักทายไอ้บิ๊ก หมาตัวด่างจมูกสีน้ำตาลที่ชอบเห่าฉันตอนดึกดื่น ฉันร้องเรียกไอ้บิ๊ก ไอ้บิ๊ก ไอ้บิ๊กเงยหน้ามามองฉันแล้วมันก็ก้มหัวลงไปนอนคุดคู้อย่างเคย ฉันเดินไปที่ป้ายรถเมล์ที่ซึ่งฉันเดินมาเป็นกิจวัตร เพื่อขึ้นรถไปมหาลัยของทุกๆวัน ฉันชอบมหาลัย ฉันมีความสุขกับการใช้ชีวิตในมหาลัย ที่นี่ฉันมีเพื่อนดีๆเยอะ ฉันมีแฟนหลายคนด้วยนะ
ฉันยืนมองตัวเองที่ยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ ใบหน้านั้นอิ่มไปด้วยความสุขฉันยืนมองอยู่นาน จนกระทั่งรถเมล์คันหนึ่งแล่นด้วยความเร็วสูงพุ่งมาที่ป้ายรถเมล์ มันปีนขึ้นบนฟุตบาท กำลังทะยานตัวมุ่งมาที่ฉัน เหตุการณ์มันเร็วมาก จนฉันทำอะไรไม่ถูกฉันยืนนิ่งอยู่กับที่ ตกตะลึงไปหมด ฉันเอี้ยวตัวหลบ ฉันพยายามเอี้ยวตัวหลบ แต่มันไม่ทันเสียแล้ว รถเมล์คันนั้นพุ่งชนร่างฉัน ก่อนมันจะบดทับตัวฉันด้วยล้อหน้า สมองของฉันถูกมันบดทับจนบี้แบน หน้าตาของฉันเละเหลวกลายเป็นก้อน ตัวของฉันก็บิดม้วนแล้วไปซุกอยู่ที่ล้อหลังของรถเมล์คันนั้น
แล้วฉันก็มายืนอยู่ตรงนี้ มายืนมองภาพต่างๆอยู่นี้ มายืนคิดถึงสิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตนี้
ฉันคงไม่ได้กินอาหารอร่อยๆฝีมือแม่อีกแล้วล่ะ ฉันคงไม่ได้กลับไปเจอหน้าพ่ออีกแล้วล่ะ ฉันคงไม่ได้พูดคุยกับพี่สาวของฉันอีกแล้วล่ะ
ฉันคงไม่ได้กินอาหารอร่อยๆฝีมือแม่อีกแล้วล่ะ ฉันคงไม่ได้กลับไปเจอหน้าพ่ออีกแล้วล่ะ ฉันคงไม่ได้พูดคุยกับพี่สาวของฉันอีกแล้วล่ะ
ฉันคงไม่ได้กินอาหารอร่อยๆฝีมือแม่อีกแล้วล่ะ ฉันคงไม่ได้กลับไปเจอหน้าพ่ออีกแล้วล่ะ ฉันคงไม่ได้พูดคุยกับพี่สาวของฉันอีกแล้วล่ะ
ฉันอยู่ไม่ถึงวันนั้นเสียแล้วพ่อ ฉันอยู่ไม่ถึงวันนั้นเสียแล้วแม่ ฉันลาก่อนนะทุกคน ฉันลาก่อน
ฉันหลับตาลง
ฉันหลับตาลง
ฉันหลับตาลง
แล้วตัวฉันก็หายวับไป
FACEBOOK
RSS Feed

Posted in
Tags: 
